เป้น้ำวิ่งเทรล รุ่นไหนดี เลือก 5L, 6L หรือ 12L ให้พอดีกับสนาม

คู่มือเลือกเป้น้ำวิ่งเทรลขนาด 5L 6L หรือ 12L จากระยะสนาม ปริมาณน้ำ ของจำเป็น ความกระชับ และระบบเติมน้ำ เพื่อให้พอดีกับการวิ่ง

SALOMON ACTIVE SKIN 4 SET Unisex Running Vest + Soft Flask 500ml x2
SALOMON ACTIVE SKIN 4 SET Unisex Running Vest + Soft Flask 500ml x2 — คลิกรูปเพื่อดูสินค้าและเช็กโปรล่าสุด

ถ้าถามว่าเป้น้ำวิ่งเทรลรุ่นไหนดีสำหรับคนส่วนใหญ่ที่เริ่มซ้อมและลงสนามระยะไม่ยาวมาก Kiprun Essential 5L เป็นจุดเริ่มที่เข้าใจง่าย เพราะมีถุงน้ำ 1 ลิตรมาให้ น้ำหนักเปล่า 140 กรัม และปรับด้วยสายอกกับสายข้าง ส่วนคนที่อยากได้ขวดหน้า หยิบของโดยไม่ถอดเป้ และเน้นทำความเร็วควรดู Ultimate Direction Race Vest 6.0 ซึ่งให้ขวดนิ่ม 500 มล. สองใบ สำหรับอัลตราหรือสนามที่มีของบังคับเยอะ Nathan Pinnacle 12L เหมาะกับสายถุงน้ำหลัง ขณะที่ CamelBak Apex Pro 12L เหมาะกับคนที่อยากเริ่มด้วยขวดหน้าสองใบและเผื่อใส่ถุงน้ำเพิ่มภายหลัง

อย่าเลือกจำนวนลิตรจากระยะการแข่งขันเพียงอย่างเดียว เส้นทาง 20 กิโลเมตรที่ร้อน ชัน และไม่มีจุดเติมน้ำนาน อาจต้องใช้ความจุมากกว่าสนาม 40 กิโลเมตรที่มี aid station ถี่ คำตอบที่แม่นกว่าคือดูช่วงเวลานานที่สุดระหว่างจุดเติมน้ำ ปริมาณน้ำที่แผนส่วนตัวต้องใช้ รายการอุปกรณ์บังคับ เสื้อกันฝน อาหาร ไฟฉาย และขนาดลำตัว แล้วค่อยเลือกว่า 5, 6 หรือ 12 ลิตรเหลือพื้นที่เผื่อพอหรือไม่

เริ่มจากช่องว่างระหว่างจุดเติมน้ำ ไม่ใช่เลขระยะบนโปสเตอร์

ระยะวิ่งบอกความใหญ่ของงานคร่าวๆ แต่ไม่ได้บอกว่าต้องแบกน้ำเท่าไร สนามเดียวกันยังเปลี่ยนข้อกำหนดตามสภาพอากาศได้ ตัวอย่างในปี 2026 หน้า OCC ของ UTMB Mont-Blanc ระบุความจุน้ำบังคับ 1.5 ลิตรและแนะนำ 2 ลิตรสำหรับเส้นทาง 60 กิโลเมตร ขณะที่ E16 ของ Eiger Ultra Trail ระบุขั้นต่ำ 0.5 ลิตรสำหรับระยะสั้นกว่า ตัวเลขนี้ไม่ได้เป็นสูตรสากล แต่ยืนยันว่าต้องอ่าน race regulations ของงานจริงทุกครั้ง

แผนน้ำควรเป็นรายบุคคลด้วย NATA แนะนำให้พิจารณาอัตราเหงื่อ สภาพแวดล้อม การปรับตัวต่ออากาศ ขนาดร่างกาย ระยะเวลา ความหนัก และความชอบของผู้วิ่ง พร้อมเตือนทั้งการดื่มน้อยและดื่มมากเกินไป เป้น้ำจึงมีหน้าที่พกตามแผน ไม่ได้สร้างแผนให้เราโดยอัตโนมัติ การซื้อ 12 ลิตรแล้วเติมเต็มทุกครั้งอาจเพิ่มน้ำหนักโดยไม่จำเป็นพอๆ กับการใช้เป้าเล็กจนต้องเสี่ยงขาดน้ำ

ลองซ้อมบนสภาพใกล้วันแข่ง จดเวลาระหว่างจุดเติมจริง และชั่งน้ำหนักเป้เมื่อบรรจุครบ อย่าคำนวณจากปริมาตรกระเป๋าอย่างเดียว น้ำหนึ่งลิตรมีน้ำหนักราวหนึ่งกิโลกรัมก่อนรวมตัวเป้ อาหาร เสื้อ และอุปกรณ์ ความต่างระหว่างเป้าเปล่า 140 กับ 390 กรัมจึงเล็กลงทันทีเมื่อเติมน้ำสองลิตรและของบังคับเต็มชุด

สี่รุ่นนี้แก้ปัญหาคนละแบบ

Kiprun Essential 5L ใช้แนวคิดเรียบง่าย มีถุงน้ำ 1 ลิตรมาให้และมีพื้นที่เก็บของ 5 ลิตร Ultimate Direction Race Vest 6.0 เน้นเบาและเข้าถึงของจากด้านหน้า พร้อมขวดนิ่มรวม 1 ลิตร Nathan Pinnacle 12L ให้ถุงน้ำฉนวน 1.6 ลิตรและกระจายของลงด้านหลัง ส่วน CamelBak Apex Pro 12L ให้ขวดหน้า 500 มล. สองใบ รองรับถุงน้ำหลังได้ถึง 2 ลิตรแต่ไม่ได้แถมถุงน้ำ

คำว่า 12L ของ Nathan กับ CamelBak เป็นพื้นที่บรรทุกโดยรวม ไม่ได้แปลว่าใส่น้ำ 12 ลิตร และคำว่า 5L ก็ไม่ได้บอกความจุน้ำเสมอไป ต้องแยก storage capacity ออกจาก hydration capacity ให้ชัด คนขายบางร้านเขียนสั้นจนสองตัวเลขดูเหมือนเรื่องเดียวกัน ถ้าเห็นเพียงชื่อรุ่น ให้เปิดหัวข้อ included hydration และ reservoir compatibility ก่อนตัดสินใจ

Kiprun Essential 5L เหมาะกับการเริ่มเทรลแบบไม่ซับซ้อน

Kiprun Essential 5L แถมถุงน้ำ 1 ลิตร ตัวเป้หนัก 140 กรัมเมื่อไม่รวมถุงน้ำ มีช่องหน้าสองช่อง ช่องหลังสามช่อง และช่องสำหรับเสื้อกันลม การทรงตัวใช้สายอกสองเส้นกับสายข้างสองเส้น แบรนด์ระบุช่วงรอบอกเทียบเท่า 81–113 เซนติเมตรและออกแบบเป็น one size หลังทดสอบกับนักวิ่งหลายรูปร่าง

ข้อดีคือเริ่มใช้งานได้โดยไม่ต้องซื้อระบบน้ำแยก เหมาะกับการซ้อมระยะสั้น สนามที่จุดเติมถี่ หรือคนที่ชอบจิบน้ำผ่านสายจากด้านหลัง พื้นที่ 5 ลิตรเพียงพอเมื่อรายการของกระชับและพับเก็บได้จริง แต่ต้องลองบรรจุเสื้อกันฝนเต็มตัว ไฟฉาย power bank และอาหารแบบที่ใช้แข่ง ไม่ใช่ตัดสินจากเป้าเปล่า

ข้อจำกัดคือ one size ไม่ได้แปลว่าพอดีทุกคน ผู้ที่ตัวเล็กมากหรือช่วงอกกว้างควรวิ่งลองพร้อมน้ำเต็ม เพราะสายที่ปรับถึงตัวเลขได้อาจยังเด้งหรือกดจุดใดจุดหนึ่ง ถุงน้ำหลังทำให้ดูระดับน้ำยากกว่า flask หน้า และการเติมน้ำมักต้องเปิดช่องหลัง จึงควรซ้อมขั้นตอนถอด เติม ไล่อากาศ และเก็บสายให้คล่อง

Ultimate Direction Race Vest 6.0 สำหรับคนอยากหยิบทุกอย่างได้ขณะวิ่ง

Race Vest 6.0 รุ่นที่หน้า Ultimate Direction Japan แสดงมีความจุ 6.2 ลิตร น้ำหนักไม่รวมขวด 141 กรัม และแถม Body Bottle III 500 สองใบ รวมความจุน้ำเริ่มต้น 1 ลิตร หน้าแบรนด์ยังแนะนำการใช้งานเทรลถึงราว 50 กิโลเมตรในบริบทของรุ่น แต่ตัวเลขนี้ควรใช้เป็นภาพการวางตำแหน่งสินค้า ไม่ใช่การรับรองว่าจะพอสำหรับทุกสนาม

จุดเด่นคือขวดอยู่ด้านหน้า มองเห็นน้ำที่เหลือ ดื่มและเติมง่าย แยกน้ำเปล่ากับเครื่องดื่มอีกชนิดได้ รวมถึงมีระบบปรับ Comfort Cinch 3.0 และจุดติดไม้โพล หน้า Ultimate Direction Australia ระบุช่องหลังรองรับ reservoir ได้ถึง 2 ลิตร จึงขยายระบบน้ำได้เมื่อเส้นทางยาวขึ้นโดยไม่ต้องเปลี่ยนเป้ทันที

ข้อแลกเปลี่ยนคือพื้นที่ 6 ลิตรบังคับให้แพ็กมีวินัย เสื้อกันฝนที่พับใหญ่หรืออาหารจำนวนมากจะกินพื้นที่เร็ว ขวดหน้าสองใบยังเพิ่มมวลบนอก ผู้ที่ไม่ชอบความรู้สึกนี้อาจถูกใจกับ bladder หลังมากกว่า ก่อนซื้อควรใส่โทรศัพท์จริงลงช่องหน้าในขณะที่ flask เต็ม เพราะขวดจะขยายและแย่งพื้นที่จากช่องข้างๆ

Nathan Pinnacle 12L สำหรับสายถุงน้ำและรายการบังคับเยอะ

Nathan Pinnacle 12L มีพื้นที่ 12 ลิตร ช่องภายนอก 13 ช่อง ถุงน้ำฉนวนทรง hourglass 1.6 ลิตร และน้ำหนัก 184 กรัมเมื่อไม่รวมถุงน้ำ หรือ 354 กรัมเมื่อรวมถุงน้ำ แผงหลังทรง Chimney ถูกออกแบบเพื่อระบายอากาศ มีช่องด้านข้างที่หยิบได้ง่าย ช่องกันน้ำด้านหน้าสำหรับโทรศัพท์ และช่องแนวตั้งสำหรับไม้โพลหรือของยาว

รุ่นนี้เหมาะกับคนที่ต้องแบกชั้นเสื้อ อาหาร ชุดปฐมพยาบาล ไฟสำรอง และของบังคับมากกว่าการซ้อมสั้น ถุงน้ำ 1.6 ลิตรช่วยรวมระบบไว้ด้านหลังและรูปทรง hourglass ถูกออกแบบเพื่อลดการแกว่งของน้ำ แต่ผู้ใช้ยังต้องไล่อากาศและรัดเป้าให้พอดี น้ำหนักจะเปลี่ยนไปเรื่อยๆ ระหว่างดื่ม จึงควรทดสอบทั้งตอนเต็มและตอนเหลือครึ่งถุง

ข้อจำกัดของความจุเยอะคือหยิบของใส่เกินจำเป็นง่าย ช่องมากช่วยจัดระเบียบ แต่ถ้าจำไม่ได้ว่าไฟฉายสำรองอยู่ช่องไหนก็ไม่ได้ช่วยในความมืด ควรจัดกลุ่มของตามความเร่งด่วนและฝึกหยิบโดยไม่ถอดเมื่อทำได้ อีกจุดคือรุ่นนี้เน้น bladder แม้ช่องหน้ารองรับ flask บางขนาด ผู้ที่ชอบเห็นปริมาณน้ำแยกซ้ายขวาควรคำนวณต้นทุน flask เพิ่มและลองความเข้ากันก่อน

CamelBak Apex Pro 12L สำหรับคนอยากได้ระบบผสมและพื้นที่อัลตรา

CamelBak Apex Pro มีพื้นที่ 12 ลิตร น้ำหนัก 390 กรัม แถม Quick Stow 500 มล. สองใบ มีสี่ไซส์ XS ถึง XL และรองรับ reservoir ได้ถึง 2 ลิตรโดยผู้ผลิตแนะนำ 1.5 ลิตรเพื่อความพอดี หน้าผลิตภัณฑ์ระบุช่องใส่โทรศัพท์ ช่องซิปเคลือบกันน้ำ จุดเก็บไม้โพลที่ถอดได้ นกหวีด และ RECCO reflector

จุดเด่นคือเริ่มด้วย flask หน้ารวมหนึ่งลิตร แล้วค่อยเติม bladder เมื่อสนามหรือสภาพอากาศเรียกร้อง ทำให้แยกน้ำกับเครื่องดื่มได้หลายช่องและยังมองเห็น flask ด้านหน้า พื้นที่ 12 ลิตรเหมาะกับของบังคับอัลตรา ส่วนตัวเลือกไซส์ช่วยให้หาทรงแนบตัวได้ละเอียดกว่าเป้า one size

ข้อแลกเปลี่ยนคือน้ำหนักเปล่ามากที่สุดในสี่รุ่น และ reservoir ไม่ได้รวมมาให้ ความสามารถรองรับระบบผสมจึงไม่เท่ากับพร้อมใช้น้ำสามลิตรตั้งแต่แกะกล่อง อีกทั้ง RECCO เป็นคุณสมบัติช่วยให้ทีมกู้ภัยที่มีอุปกรณ์เข้ากันค้นหาได้ ไม่ใช่ของแทนโทรศัพท์ แผนเส้นทาง การแจ้งคนใกล้ชิด หรืออุปกรณ์ฉุกเฉินที่สนามกำหนด

Flask หน้า หรือ bladder หลัง แบบไหนเหมาะกว่า

Soft flask ชนะเรื่องมองเห็นปริมาณ เติมง่าย และแยกเครื่องดื่มได้ เช่นซ้ายเป็นน้ำ ขวาเป็นเครื่องดื่มที่วางไว้ในแผน แต่ขวดหน้าอาจบังการขยับแขนหรือกดหน้าอกถ้าทรงเป้าไม่พอดี เมื่อดื่มแล้วควรไล่อากาศเพื่อให้ขวดแฟบและลดเสียงกระแทก

Bladder ชนะเรื่องรวมปริมาณมากไว้ชิ้นเดียวและจิบผ่านสายโดยไม่ใช้มือ พื้นที่ด้านหน้าจึงเหลือให้อาหารกับโทรศัพท์ ข้อจำกัดคือมองระดับน้ำยาก เติมช้ากว่า และถ้ามีปัญหาที่ถุงหรือสายจะกระทบแหล่งน้ำหลักทั้งหมด การกระจายน้ำไว้หลายภาชนะเพิ่มความยืดหยุ่น แต่ก็เพิ่มชิ้นส่วนที่ต้องล้างและตรวจรั่ว

ไม่มีคำตอบเดียวสำหรับทุกคน ให้ทดลองในช่วงเวลาที่ใกล้วันแข่ง ถ้าหยิบ flask แล้วเสียจังหวะหรือรู้สึกหนักหน้าอก ลอง bladder หากสาย bladder แกว่งหรือไม่รู้ว่าน้ำเหลือเท่าไร ลอง flask การตัดสินใจนี้สำคัญกว่าความต่างน้ำหนักเป้าเปล่าไม่กี่สิบกรัม

วิธีลองไซส์ที่ร้านให้รู้ผลมากกว่ายืนหน้ากระจก

ใส่เสื้อชั้นเดียวกับที่ใช้วิ่ง เติมน้ำตามปริมาณจริง และยัดเสื้อกันฝนกับอุปกรณ์หลักก่อนรัด สายอกควรล็อกเป้าให้นิ่งโดยไม่ขัดการหายใจลึก ลองยกแขนเหมือนใช้ไม้โพล บิดลำตัว และวิ่งขึ้นลงบันได ถ้าต้องรัดจนขอบเป้กดคอหรือยังเด้งที่หลัง ให้เปลี่ยนไซส์หรือทรง ไม่ใช่หวังว่าเดี๋ยวชิน

ตรวจตำแหน่ง flask ว่าปากขวดสูงพอดีหรือชนหน้า โทรศัพท์ต้องหยิบและเก็บได้เมื่อขวดเต็ม ซิปต้องเปิดด้วยมือเปียก ช่องเสื้อกันฝนควรเข้าถึงได้โดยไม่รื้ออาหารทั้งหมด หากใช้ bladder ให้ดูว่าสายออกด้านที่ถนัด มีจุดล็อกไม่แกว่ง และถอดถุงไปเติมได้โดยไม่เกี่ยวของชิ้นอื่น

ผู้หญิงและผู้มีช่วงอกต่างจากแพตเทิร์น unisex ควรลองรุ่นที่มีรูปทรงเฉพาะเมื่อรู้สึกว่าขวดหรือสายกดไม่พอดี ป้ายไซส์เป็นจุดเริ่ม ไม่ใช่คำตัดสินสุดท้าย เพราะเสื้อชั้นในวิ่ง เสื้อกันหนาว และการหายใจตอนขึ้นเนินเปลี่ยนรอบลำตัวระหว่างใช้งาน

แพ็ก 5 ลิตรให้พอ หรือซื้อ 12 ลิตรแล้วไม่ให้รก

เป้า 5–6 ลิตรเหมาะเมื่อของบังคับน้อย อุปกรณ์พับเล็ก และรู้ตำแหน่งจุดช่วยเหลือชัด ข้อดีคือช่องจำกัดบังคับให้เลือกของ แต่ไม่ควรตัดอุปกรณ์ที่สนามบังคับเพื่อให้เป้าใบเดิมพอ ให้เอารายการทั้งหมดมากองจริงแล้วแพ็กก่อนสมัคร หากซิปตึงหรือของสำคัญต้องวางนอกจุดล็อก นั่นคือสัญญาณให้เพิ่มความจุ

เป้า 12 ลิตรไม่ได้ต้องบรรจุเต็ม ใช้สายรัดและช่องยืดเพื่อยึดของไม่ให้กลิ้งรวมด้านล่าง วางของหนักและน้ำให้ใกล้ลำตัว แบ่งของฉุกเฉินที่ไม่ค่อยใช้ไว้หลัง ของกินและโทรศัพท์ไว้หน้า และเสื้อกันฝนในตำแหน่งที่ดึงได้เร็วเมื่ออากาศเปลี่ยน จากนั้นเขย่าเป้ก่อนวิ่ง ถ้าได้ยินงานเลี้ยงเครื่องครัวบนหลัง แปลว่ายังจัดไม่จบ

ดูแลระบบน้ำไม่ให้กลายเป็นงานวิทยาศาสตร์หลังบ้าน

หลังใช้ควรเทน้ำออก ล้างตามคำแนะนำของผู้ผลิต และผึ่งทุกชิ้นให้แห้งสนิท Kiprun ระบุว่าไม่ควรทิ้งน้ำไว้ใน bladder เกิน 24 ชั่วโมงและให้ล้างด้วยน้ำสะอาดก่อนตากเก็บ เครื่องดื่มที่มีน้ำตาลหรือผงละลายต้องใส่ใจวาล์ว สาย และมุมถุงเป็นพิเศษ เพราะคราบค้างทำให้กลิ่นและการทำความสะอาดยากขึ้น

ก่อนวันแข่งเติมน้ำทิ้งไว้เพื่อตรวจรั่ว บีบวาล์ว ดูข้อต่อ และลองดื่มจากทุกภาชนะ อย่าเพิ่งเปลี่ยนปากขวด สาย หรือวิธีจัดของในคืนสุดท้าย อุปกรณ์ที่คุ้นมือและผ่านการซ้อมมีค่ากว่าฟีเจอร์ใหม่ที่ยังไม่รู้ว่าจะเด้ง กด หรือรั่วตรงไหน

สรุปเป้น้ำวิ่งเทรลรุ่นไหนดีสำหรับคุณ

เลือก Kiprun Essential 5L ถ้าเริ่มเทรล ต้องการชุดเรียบง่ายพร้อม bladder 1 ลิตร และรายการของไม่มาก เลือก Ultimate Direction Race Vest 6.0 ถ้าเน้นเบา ชอบ flask หน้า และอยากหยิบของระหว่างวิ่งโดยไม่ถอดเป้ เลือก Nathan Pinnacle 12L ถ้าชอบถุงน้ำหลัง ต้องแบกของอัลตรา และอยากได้ช่องจัดของจำนวนมาก เลือก CamelBak Apex Pro 12L ถ้าต้องการ flask หน้าเป็นฐาน มีหลายไซส์ และอยากเผื่อระบบผสมกับ reservoir ในอนาคต

ก่อนจ่ายเงินให้ทำสามอย่าง อ่านกติกาสนามล่าสุด แพ็กของจริงครบชุด และวิ่งลองพร้อมน้ำเต็ม ถ้าเป้านิ่ง หายใจลึกได้ หยิบโทรศัพท์กับอาหารง่าย และความจุน้ำตรงกับแผนเฉพาะตัว นั่นคือรุ่นที่ดีสำหรับเรา ต่อให้โลโก้บนหลังไม่ใช่รุ่นที่เพื่อนทั้งกลุ่มกำลังเห่อก็ตามครับ

เทียบ 4 เป้น้ำตามระยะห่างจุดเติมและของที่ต้องแบก

ข้อมูลจากหน้าผู้ผลิต ความจุน้ำคือของที่แถมหรือรองรับ ไม่ใช่ปริมาตรกระเป๋าทั้งหมด
รุ่น พื้นที่ ระบบน้ำที่แถม น้ำหนักเปล่า เหมาะกับ ข้อแลกเปลี่ยน
Kiprun Essential 5L 5 ลิตร Bladder 1 ลิตร 140 กรัม ไม่รวมถุงน้ำ เริ่มเทรล จุดเติมถี่ One size และดูระดับน้ำยากกว่า flask
Ultimate Direction Race Vest 6.0 6.2 ลิตร Flask 500 มล. x 2 141 กรัม ไม่รวมขวด สายเบา หยิบของเร็ว พื้นที่ของบังคับจำกัด
Nathan Pinnacle 12L 12 ลิตร Bladder ฉนวน 1.6 ลิตร 184 กรัม ไม่รวม bladder อัลตรา สาย bladder ช่องเยอะและมีโอกาสแพ็กเกิน
CamelBak Apex Pro 12L 12 ลิตร Flask 500 มล. x 2 390 กรัม อัลตรา ระบบน้ำผสม Reservoir ไม่แถมและน้ำหนักสูงกว่า

ทดสอบห้านาทีให้รู้ว่าเป้เข้ากับตัวหรือไม่

ทำพร้อมน้ำและของจริง ไม่ใช้เป้าเปล่าตัดสิน
สิ่งที่ลอง อาการที่ควรได้ สัญญาณว่าไม่พอดี
หายใจลึกและวิ่งเหยาะ สายอกนิ่งแต่หน้าอกขยายได้ ต้องรัดจนหายใจติดหรือเป้ายังเด้ง
หยิบโทรศัพท์เมื่อ flask เต็ม หยิบและเก็บด้วยมือเดียวได้ ขวดดันช่องจนโทรศัพท์ติด
ยกแขนและหมุนลำตัว ขอบเป้าไม่กัดคอหรือรักแร้ เกิดจุดกดหรือเสียดสีทันที
ดึงเสื้อกันฝน เข้าถึงได้โดยไม่รื้อทั้งเป้ ของฉุกเฉินอยู่ลึกใต้ของกิน
วิ่งตอนน้ำเหลือครึ่ง ภาชนะไม่แกว่งและสายไม่ตีตัว มีเสียงน้ำหรือมวลเคลื่อนชัด
Ultimate Direction Race Vest 6.0 พร้อมขวดนิ่มด้านหน้าสองใบ
Race Vest 6.0 เริ่มด้วย soft flask รวมหนึ่งลิตรและเน้นการเข้าถึงของระหว่างวิ่ง

References

  1. Kiprun Essential 5L Trail Running Hydration Vest — Decathlon
  2. Ultimate Direction Race Vest 6.0 — Official Japan Store
  3. Nathan Pinnacle 12L Hydration Race Vest — Nathan Sports
  4. CamelBak Apex Pro Vest 12L — CamelBak UK
  5. NATA Fluid Replacement for the Physically Active
  6. OCC 2026 Race Information and Mandatory Water Capacity — UTMB Mont-Blanc
  7. E16 Mandatory Equipment 2026 — Eiger Ultra Trail by UTMB

Zportio
Privacy Overview

This website uses cookies so that we can provide you with the best user experience possible. Cookie information is stored in your browser and performs functions such as recognising you when you return to our website and helping our team to understand which sections of the website you find most interesting and useful.