เครื่องดื่มเกลือแร่สำหรับซ้อมและแข่ง HYROX เลือกแบบไหนให้ตรงกับเหงื่อและระยะเวลา

วิธีเลือกเครื่องดื่มเกลือแร่สำหรับซ้อมและแข่ง HYROX ให้เหมาะกับอัตราเหงื่อ ระยะเวลาซ้อม ปริมาณโซเดียม และการเติมพลังระหว่างออกกำลังกาย

MAURTEN Hydrogel Drink Mix 160/320 ผงชงดื่มให้พลังงานและเกลือแร่
MAURTEN Hydrogel Drink Mix 160/320 ผงชงดื่มให้พลังงานและเกลือแร่ — คลิกรูปเพื่อดูสินค้าและเช็กโปรล่าสุด

คำตอบตรงๆ คือไม่มีเครื่องดื่มเกลือแร่ตัวเดียวที่เหมาะกับทุกเซสชัน HYROX ถ้าซ้อมสั้น อากาศเย็น กินอาหารและดื่มน้ำมาดี น้ำเปล่าอาจเพียงพอ แต่เมื่อเซสชันยาวขึ้น ความหนักสูง อากาศร้อนชื้น หรือเป็นคนเหงื่อออกมาก เครื่องดื่มที่มีโซเดียมอาจช่วยวางแผนทดแทนสิ่งที่เสียไปได้ ส่วนวันที่ทำ race simulation ยาวและต้องการพลังงานระหว่างทาง ควรดูคาร์โบไฮเดรตควบคู่กับเกลือแร่ ไม่ใช่เลือกสูตรศูนย์น้ำตาลโดยอัตโนมัติ

แอดกีเย่อยากให้เริ่มจากคำถามสองข้อก่อนเดินไปชั้นเครื่องดื่ม ข้อแรก เซสชันนี้ต้องการแค่ของเหลวกับโซเดียม หรืออยากได้คาร์โบไฮเดรตเป็นเชื้อเพลิงด้วย ข้อสอง คุณเสียเหงื่อมากแค่ไหนในสภาพแวดล้อมที่กำลังจะซ้อม เมื่อแยกสองเรื่องนี้ได้ ฉลากที่เคยดูเหมือนตารางเคมีจะอ่านง่ายขึ้นทันที

เกลือแร่ไม่ใช่คำตอบเดียวกันทุกขวด

คำว่า electrolyte drink ครอบคลุมของหลายแบบ ตั้งแต่เม็ดฟู่หรือผงคาร์โบไฮเดรตต่ำ ไปจนถึง sports drink ที่มีทั้งโซเดียมและน้ำตาล และเครื่องดื่มเชื้อเพลิงที่ให้คาร์โบไฮเดรตสูงกว่า จุดประสงค์ของแต่ละกลุ่มต่างกันชัด เม็ดเกลือแร่คาร์บต่ำเหมาะเมื่อพลังงานมาจากมื้ออาหารหรือเจลอยู่แล้ว ส่วน sports drink ทำหน้าที่ทั้งเติมของเหลว เกลือแร่ และคาร์โบไฮเดรตในขวดเดียว

USADA แยก sports drink ออกจาก energy drink ไว้ชัดเจน เครื่องดื่มกีฬาโดยทั่วไปมีคาร์โบไฮเดรตและเกลือแร่เพื่อรองรับการออกกำลัง ขณะที่ energy drink มักมีสารกระตุ้นอย่างคาเฟอีนและอาจมีความเข้มข้นของน้ำตาลสูงกว่า เพราะฉะนั้นคำว่า “energy” บนกระป๋องไม่ได้แปลว่าเหมาะสำหรับจิบตอนวิ่งสลับ Sled Push โดยเฉพาะถ้ายังไม่เคยทดสอบคาเฟอีนและความหวานกับท้องของตัวเอง

สิ่งที่ควรดูเป็นอันดับแรกบนฉลากคือปริมาณน้ำที่ใช้ต่อหนึ่ง serving แล้วค่อยอ่านโซเดียมและคาร์โบไฮเดรต ตัวเลข 300 มิลลิกรัมต่อเม็ดที่ผสม 475 มิลลิลิตรไม่ใช่ความเข้มข้นเดียวกับ 300 มิลลิกรัมที่ผสมหนึ่งลิตร การเทียบเฉพาะตัวเลขใหญ่บนหน้าซองโดยไม่ดูปริมาตรน้ำจึงพาหลงได้ง่าย

น้ำเปล่า เกลือแร่คาร์บต่ำ หรือ sports drink

จับคู่เครื่องดื่มกับลักษณะเซสชัน

เป็นกรอบเริ่มต้นสำหรับคนสุขภาพดี ต้องปรับตามเหงื่อ อากาศ อาหารก่อนซ้อม และการยอมรับของระบบทางเดินอาหาร
ลักษณะเซสชัน ตัวเลือกเริ่มต้น บทบาทคาร์โบไฮเดรต สิ่งที่ต้องเช็ก
ไม่เกิน 45 นาที อากาศเย็น น้ำเปล่าตามกระหายอาจเพียงพอ โดยทั่วไปไม่จำเป็นระหว่างซ้อมถ้ากินมาดี เริ่มต้นมา hydrated และไม่มีเซสชันต่อทันที
45–75 นาที ความหนักสูง น้ำหรือเกลือแร่คาร์บต่ำ; sports drink เมื่ออยากได้ fuel เล็กน้อย ปริมาณเล็กน้อยอาจเหมาะกับบางคน ท้องรับความหวานและความเข้มข้นได้หรือไม่
1–2.5 ชม. แบบ race simulation sports drink หรือเกลือแร่ร่วมกับ fuel แยก กรอบทั่วไป 30–60 กรัมต่อชั่วโมงจากทุกแหล่ง รวมคาร์บจากขวด เจล กัมมี่ และอาหาร
ร้อนชื้นหรือเหงื่อออกมาก สูตรที่มีโซเดียมสัมพันธ์กับแผนดื่ม เลือกมีหรือไม่มีตามระยะเวลาและมื้อก่อนซ้อม วัด sweat rate หลายครั้งและอย่าดื่มจนน้ำหนักเพิ่ม
ฟื้นตัวก่อนซ้อมรอบถัดไป ของเหลวและโซเดียมร่วมกับอาหาร ช่วยเติมพลังงาน แต่ยังต้องดูโปรตีนและมื้ออาหาร เวลาฟื้น น้ำหนักที่เสีย และความอยากอาหาร

สำหรับการซ้อมความหนักปานกลางถึงสูงที่สั้นกว่า 45 นาที USADA ระบุว่าโดยทั่วไปไม่จำเป็นต้องเติมคาร์โบไฮเดรตระหว่างกิจกรรม หากมื้อก่อนซ้อมเหมาะสม เซสชันสั้นในห้องแอร์จึงอาจจบด้วยน้ำเปล่าได้สบาย ไม่ต้องเปิดซองเกลือแร่ทุกครั้งเพียงเพราะมีเหงื่อ

ช่วงประมาณ 45–75 นาที คาร์โบไฮเดรตปริมาณเล็กน้อยอาจมีประโยชน์ในบางสถานการณ์ โดยเฉพาะเซสชันเข้มข้นหรือวันที่กินมื้อก่อนซ้อมไม่เต็มที่ ถ้าคุณมีเชื้อเพลิงจากอาหารอยู่แล้วและต้องการแค่รสชาติที่ทำให้จิบน้ำง่ายขึ้น เกลือแร่คาร์บต่ำก็เป็นทางเลือก แต่ถ้ากำลังซ้อม tempo run ต่อด้วยสถานีหลายชุด sports drink ที่มีคาร์โบไฮเดรตอาจตอบโจทย์กว่า

เมื่อเซสชันยาวราว 1–2.5 ชั่วโมง แนวทางของ USADA ให้กรอบคาร์โบไฮเดรตระหว่างกิจกรรมประมาณ 30–60 กรัมต่อชั่วโมงสำหรับกิจกรรมความหนักปานกลางถึงสูง ตัวเลขนี้เป็นกรอบทั่วไป ไม่ใช่ใบสั่งเฉพาะบุคคล และไม่จำเป็นต้องมาจากเครื่องดื่มทั้งหมด บางคนแบ่งเป็น sports drink ร่วมกับเจลหรืออาหารที่เคี้ยวง่าย สิ่งสำคัญคือรวมคาร์โบไฮเดรตจากทุกแหล่ง ไม่เผลอดื่มหวานหนึ่งขวดแล้วกินเจลตามแผนเดิมจนท้องรับไม่ไหว

ในวันที่ร้อนชื้นหรือคนที่มีคราบเกลือขาวบนเสื้อหลังแห้ง โซเดียมบนฉลากมีความหมายมากขึ้น แต่ “โซเดียมสูงสุด” ไม่ใช่ผู้ชนะอัตโนมัติ งานสรุปของ National Athletic Trainers' Association ชี้ว่าอัตราเหงื่อและความเข้มข้นโซเดียมในเหงื่อแตกต่างกันกว้างมาก จึงไม่มีสูตรสากลที่พอดีกับทุกคน สูตรโซเดียมสูงอาจเหมาะกับบางสถานการณ์ แต่เกินความจำเป็นสำหรับเซสชันสั้นหรือคนที่เสียเหงื่อน้อย

วัด Sweat Rate ก่อนเดาว่าต้องดื่มเท่าไร

ตัวอย่างคำนวณ Sweat Rate หนึ่งชั่วโมง

ตัวอย่างเพื่ออธิบายวิธีคิด ไม่ใช่ปริมาณแนะนำสำหรับทุกคน
ข้อมูล ค่าตัวอย่าง นำไปใช้อย่างไร
น้ำหนักก่อนและหลัง 70.0 และ 69.4 กก. ต่างกัน 0.6 กก. หรือประมาณ 0.6 ลิตร
ดื่มระหว่างซ้อม 0.5 ลิตร บวกกลับเพราะเป็นน้ำที่เข้าไประหว่างวัด
ปัสสาวะระหว่างซ้อม 0 ลิตร ถ้ามีต้องลบออกจากสมการ
เวลา 1 ชั่วโมง ใช้หารเพื่อแปลงเป็นต่อชั่วโมง
Sweat rate โดยประมาณ 1.1 ลิตร/ชั่วโมง ใช้เป็นกรอบทดลอง ไม่ใช่คำสั่งให้ดื่มทดแทน 100%

วิธีที่ใช้ได้จริงกว่าการเทียบตัวเองกับเพื่อนคือชั่งน้ำหนักก่อนและหลังเซสชัน เลือกวันที่ใกล้เคียงกับสภาพที่จะซ้อมจริง เข้าห้องน้ำก่อน ชั่งด้วยเสื้อผ้าให้น้อยและแห้ง จดของเหลวที่ดื่มระหว่างซ้อม และจดปัสสาวะถ้ามี หลังจบให้ซับเหงื่อ เปลี่ยนเสื้อเปียกออก แล้วชั่งด้วยเงื่อนไขใกล้เดิม

สูตรประมาณการคือ น้ำหนักก่อนลบด้วยน้ำหนักหลัง บวกปริมาตรที่ดื่ม และลบปัสสาวะ ทั้งหมดหารด้วยเวลาซ้อมเป็นชั่วโมง เมื่อน้ำหนักใช้กิโลกรัมและของเหลวใช้ลิตร ค่าที่ได้ประมาณเป็นลิตรต่อชั่วโมง ตัวอย่างเช่น ก่อนซ้อม 70.0 กิโลกรัม หลังซ้อม 69.4 กิโลกรัม ดื่ม 0.5 ลิตร ไม่ปัสสาวะ และซ้อมหนึ่งชั่วโมง จะประมาณเหงื่อ 1.1 ลิตรต่อชั่วโมง

ค่านี้ไม่ได้แปลว่าต้องกรอกกลับ 1.1 ลิตรทุกชั่วโมงแบบแข่งกับนาฬิกา NATA เตือนทั้งการดื่มไม่พอและการดื่มเกิน การดื่มจนตัวหนักขึ้นระหว่างกิจกรรมเพิ่มความเสี่ยงภาวะโซเดียมในเลือดต่ำจากการออกกำลังได้ จุดประสงค์ของ sweat rate คือสร้างกรอบที่สมจริง แล้วทดสอบว่าปริมาณใดดับกระหาย ย่อยได้ และไม่ทำให้น้ำหนักเพิ่มจากก่อนเริ่ม

ควรวัดมากกว่าหนึ่งครั้ง เพราะห้องแอร์กับโกดังร้อน คนละเรื่องกัน Mini HYROX 40 นาทีและ full simulation 90 นาทีอาจให้ตัวเลขต่างกัน เก็บอย่างน้อยสองถึงสามเซสชันในเงื่อนไขคล้ายวันแข่ง แล้วใช้ช่วงค่าแทนการยึดเลขครั้งเดียว

อ่านฉลากแบบไม่ติดกับคำโฆษณา

ตัวอย่างฉลากที่ทำหน้าที่ต่างกัน

ข้อมูลต่อ serving จากหน้าผู้ผลิต ณ เวลาที่ Research สูตรและขนาดน้ำอาจต่างตามรสหรือประเทศ จึงต้องตรวจฉลากสินค้าจริงอีกครั้ง
ตัวอย่างผลิตภัณฑ์ โซเดียมต่อ serving คาร์โบไฮเดรตต่อ serving เหมาะใช้เป็นอะไร จุดที่ต้องระวัง
Skratch Hydration Sport Drink Mix 400 มก. ประมาณ 20 กรัม sports drink ที่เติมน้ำและ fuel พร้อมกัน ผสมตามปริมาตรที่ฉลากกำหนด
Nuun Sport Tablet 300 มก. 4 กรัม เกลือแร่คาร์บต่ำเมื่อ fuel มาจากแหล่งอื่น ไม่ควรนับเป็นคาร์บหลักในเซสชันยาว
LMNT 1,000 มก. ไม่มีน้ำตาลตามฉลาก สูตรโซเดียมสูงและแยก fuel ออก ไม่ใช่ทุกคนต้องการโซเดียมระดับนี้
Maurten Drink Mix 160 ดูฉลากรุ่นและตลาด 40 กรัมเมื่อผสม 500 มล. liquid carbohydrate fuel สำหรับเซสชันยาว รวมยอดกับเจลและอาหารทั้งหมด

เริ่มจาก serving size และปริมาตรน้ำที่ผู้ผลิตกำหนด จากนั้นดูโซเดียมต่อ serving และคาร์โบไฮเดรตต่อ serving ถ้าต้องการเปรียบเทียบข้ามแบรนด์ ให้แปลงเป็นต่อ 500 มิลลิลิตรหรือต่อลิตรด้วยฐานเดียวกัน ห้ามตักเข้มกว่าฉลากเพื่อหวังได้เกลือแร่เพิ่ม เพราะคาร์โบไฮเดรตและความเข้มข้นจะเพิ่มตาม อาจทำให้รสจัด กระหายน้ำ หรือไม่สบายท้อง

ตัวอย่างจากฉลากผู้ผลิตช่วยให้เห็นความต่าง Skratch Labs Hydration Sport Drink Mix ให้โซเดียม 400 มิลลิกรัมและคาร์โบไฮเดรตราว 20 กรัมต่อ serving จึงอยู่ฝั่ง sports drink ที่ให้เชื้อเพลิงด้วย Nuun Sport แบบเม็ดให้โซเดียม 300 มิลลิกรัมและคาร์โบไฮเดรต 4 กรัมต่อเม็ด จึงเบากว่าในด้านคาร์โบไฮเดรต LMNT ให้โซเดียม 1,000 มิลลิกรัมและไม่มีน้ำตาลตามฉลาก เป็นสูตรโซเดียมสูงที่ต้องพิจารณาจากเหงื่อ อาหาร และคำแนะนำสุขภาพส่วนบุคคล ไม่ใช่ดื่มเพราะตัวเลขดู “โปร” ส่วน Maurten Drink Mix 160 ให้คาร์โบไฮเดรต 40 กรัมเมื่อผสม 500 มิลลิลิตร ผู้ผลิตจัดวางเป็น liquid carbohydrate fuel มากกว่าเครื่องดื่มเกลือแร่คาร์บต่ำ

ตัวเลขเหล่านี้เป็นตัวอย่างวิธีอ่านหมวดสินค้า ไม่ใช่อันดับความดีที่สุด สูตรอาจเปลี่ยนและแต่ละรสหรือแต่ละประเทศอาจมีฉลากต่างกัน ก่อนซื้อหรือผสมทุกครั้งต้องดูฉลากบนสินค้าที่อยู่ในมือ โดยเฉพาะคาเฟอีน สารให้ความหวาน สารก่อภูมิแพ้ และคำแนะนำต่อวัน

วางแผนสำหรับ HYROX Simulation

เซสชัน HYROX มีจังหวะที่ท้องถูกเขย่าและกดซ้ำ วิ่งแล้วไป SkiErg, Sled, Burpee, Row และ Carry การดื่มครั้งใหญ่ก่อน Burpee อาจรู้สึกเหมือนมีตู้ปลาอยู่ในท้อง แม้สูตรเครื่องดื่มจะดูดีบนฉลาก แผนที่ใช้งานจริงจึงควรเป็นการจิบในช่วงที่ควบคุมลมหายใจได้ ไม่ใช่รีบดื่มปริมาณมากตอนเริ่มกระหายจัด

เลือก simulation หนึ่งวันเพื่อฝึกท้อง ใช้ผลิตภัณฑ์ รสชาติ ความเข้มข้น และอุณหภูมิเดียวกับแผนจริง จดเวลาและปริมาณโดยไม่ต้องบังคับจิบเมื่อไม่กระหาย สังเกตอาการแน่น คลื่นไส้ เรอ หรืออยากเข้าห้องน้ำ แล้วปรับทีละตัวแปร ครั้งแรกอย่าเปลี่ยนทั้งยี่ห้อ เพิ่มเจล และเพิ่มคาเฟอีนพร้อมกัน เพราะถ้ามีปัญหาจะไม่รู้ว่าเกิดจากอะไร

ถ้าเลือกเครื่องดื่มคาร์โบไฮเดรต ให้รวมกรัมจากขวดกับเจล กัมมี่ และอาหารทั้งหมด ตัวอย่างเชิงคำนวณ หากขวดหนึ่งให้ 20 กรัมและกินเจล 25 กรัม รวมเป็น 45 กรัม อย่านับแค่เจล การมองยอดรวมต่อชั่วโมงช่วยป้องกันทั้งการเติมไม่ถึงแผนและการอัดจนเกินที่เคยฝึก

วันแข่งต้องอ่านกติกา ไม่ฝากแผนไว้กับโต๊ะน้ำ

HYROX Singles Rulebook ฤดูกาล 26/27 ระบุว่าจะมีน้ำอย่างน้อยหนึ่งครั้งระหว่าง ก่อน หรือหลังการผ่าน Roxzone แต่ละรอบ และอาจมี sports drink หรือผลิตภัณฑ์ hydration อื่น คำว่า “อาจมี” หมายความว่าไม่ควรสมมติยี่ห้อ รสชาติ หรือสูตรล่วงหน้า หากต้องพึ่งคาร์โบไฮเดรตหรือโซเดียมจำนวนหนึ่ง ให้ตรวจ Athlete Guide และข้อมูลอีเวนต์ของตัวเองก่อน

กติกายังระบุว่าผู้แข่งที่ต้องการ nutrition ต้องพกติดตัวมาตั้งแต่เริ่ม และห้ามรับเครื่องดื่มหรือผลิตภัณฑ์โภชนาการจากบุคคลอื่นนอกเหนือจาก aid station เพราะถือเป็น outside assistance และอาจถูกลงโทษได้ ดังนั้นแผน “ให้เพื่อนยื่นขวดตรงขอบสนาม” ไม่ใช่แผนสำรองที่ควรใช้ สิ่งที่จะพกต้องเป็นไปตามกติกาอุปกรณ์ล่าสุดและควรทดลองพกจริงใน training simulation

วันก่อนแข่งอย่าทำ salt loading หรือเพิ่มโซเดียมแบบก้าวกระโดดเพราะเห็นรีวิวของคนเหงื่อเค็ม กินและดื่มตามรูปแบบที่เคยซ้อม ตื่นมาพร้อมภาวะน้ำสมดุล ไม่จำเป็นต้องกรอกน้ำจนใสแจ๋วทั้งเช้า และเว้นเวลาพอให้เข้าห้องน้ำก่อนเข้า start tunnel

หลังซ้อมต้องการอะไรจริง

หลังเซสชัน สิ่งสำคัญไม่ใช่เกลือแร่เพียงอย่างเดียว ถ้ามีเวลาฟื้นมากกว่า 12 ชั่วโมง อาหารตามปกติร่วมกับการดื่มตามกระหายมักช่วยคืนสมดุลได้สำหรับคนสุขภาพดี แต่ถ้าต้องซ้อมอีกครั้งในเวลาไม่กี่ชั่วโมง เสียเหงื่อมาก หรือชั่งแล้วน้ำหนักลดชัดเจน แผนฟื้นตัวอาจต้องมีของเหลว โซเดียม คาร์โบไฮเดรต และโปรตีนจากมื้อหรือของว่างที่ย่อยได้

อย่าใช้เครื่องดื่มเกลือแร่แทนมื้ออาหารแล้วเรียกว่า recovery ครบถ้วน สูตรคาร์บต่ำแทบไม่ให้พลังงาน ส่วนสูตรคาร์บสูงก็อาจไม่มีโปรตีนเพียงพอ แยกหน้าที่ให้ชัดว่าเครื่องดื่มกำลังช่วยเรื่องของเหลวและอาจให้คาร์โบไฮเดรตบางส่วน ส่วนอาหารยังมีหน้าที่เติมพลังงาน โปรตีน และสารอาหารอื่น

ความปลอดภัยที่ไม่ควรมองข้าม

การมีโซเดียมในขวดไม่ได้ป้องกันภาวะโซเดียมในเลือดต่ำหากยังดื่มของเหลวเกินการสูญเสีย งานทบทวนด้าน hydration ย้ำว่าปัญหานี้มักสัมพันธ์กับการดื่มมากจนเกินเหงื่อที่เสีย โดยแม้ sports drink ก็ยังเป็นของเหลวที่ดื่มเกินได้ หากน้ำหนักหลังซ้อมสูงกว่าก่อนซ้อม ปวดศีรษะ คลื่นไส้ สับสน บวม หรือมีอาการผิดปกติระหว่างหรือหลังออกกำลัง ให้หยุดและขอความช่วยเหลือทางการแพทย์

ผู้ที่มีโรคไต โรคหัวใจ ความดันโลหิตสูง ภาวะที่ต้องจำกัดโซเดียมหรือของเหลว หรือใช้ยาที่มีผลต่อสมดุลน้ำและเกลือแร่ ไม่ควรทดลองสูตรโซเดียมสูงด้วยตัวเอง คุยกับแพทย์หรือนักกำหนดอาหารกีฬาที่มีคุณสมบัติเหมาะสมก่อน อาการตะคริว เหนื่อย หรือปวดหัวก็ไม่ได้แปลว่าขาดเกลือแร่เสมอ จึงไม่ควรใช้ผงเกลือแร่เป็นการวินิจฉัยหรือรักษา

วิธีเลือกที่คุ้มกว่าการซื้อหลายสูตร

มองราคาต่อ serving หลังผสมตามฉลาก ไม่ใช่ราคาต่อกระปุก แล้วถามว่าจะใช้กี่ครั้งจริง สูตรถุงใหญ่คุ้มเมื่อมีขวดและช้อนตวง ใช้รสเดิมบ่อย และเก็บในที่แห้งได้ ส่วนซองเดี่ยวหรือเม็ดอาจแพงกว่าต่อ serving แต่พกง่ายและลดความผิดพลาดตอนตวง สำหรับคนที่มีทั้งวันซ้อมสั้นและ simulation ยาว การมีเกลือแร่คาร์บต่ำหนึ่งแบบกับ sports drink ที่มีคาร์โบไฮเดรตหนึ่งแบบมักยืดหยุ่นกว่าซื้อสูตรกลางๆ หลายรส

สุดท้าย เลือกรสที่ดื่มได้จริงเมื่อเหนื่อย หวานน้อยเกินไปอาจไม่ให้คาร์โบไฮเดรตตามแผน หวานหรือเค็มเกินไปอาจทำให้ไม่อยากจิบ ความคุ้มค่าที่แท้จริงคือ serving ที่ถูกผสม ใช้จนหมด และผ่านการทดสอบกับท้องแล้ว ไม่ใช่ถุงใหญ่ที่วางนิ่งอยู่หลังตู้ครัว

References

  1. HYROX Single Rulebook Season 26/27
  2. National Athletic Trainers' Association Position Statement Fluid Replacement for the Physically Active
  3. USADA — Fueling for Performance Nutrition Guide 2026
  4. Skratch Labs Hydration Sport Drink Mix
  5. Nuun Sport — Nutrition Information
  6. LMNT Zero-Sugar Electrolytes — Product Formula
  7. Maurten Drink Mix 160 — Product and Nutrition Information
  8. Exercise-Associated Hyponatremia 2017 Update

Zportio
Privacy Overview

This website uses cookies so that we can provide you with the best user experience possible. Cookie information is stored in your browser and performs functions such as recognising you when you return to our website and helping our team to understand which sections of the website you find most interesting and useful.