เลือกระดับ Feature ที่เปิดทุกสัปดาห์
ถ้าถามว่า Garmin รุ่นไหนดีสำหรับวิ่ง ในไลน์ปัจจุบัน แอดกีเย่แบ่งให้สั้นที่สุดแบบนี้ครับ เลือก Forerunner 70 ถ้าต้องการนาฬิกาวิ่งเรือนแรกและเน้นแบต เลือก Forerunner 170 ถ้าอยากได้ Training Readiness, Garmin Pay และมีตัวเลือก Music โดยไม่ต้องขึ้นไปเรือนใหญ่ เลือก Forerunner 570 ถ้าซ้อมจริงจัง ต้องการ Multi-band GPS, Triathlon และมีขนาด 42 หรือ 47 มิลลิเมตร ส่วน Forerunner 970 เหมาะกับคนที่ใช้แผนที่สีบนข้อมือ วิ่งเส้นทางใหม่บ่อย ต้องการแบต GPS ยาวขึ้น ไฟฉาย และวัสดุระดับ Premium
คำตอบนี้อิงไลน์ที่มี Forerunner 70 และ 170 ซึ่ง Garmin เปิดตัวในเดือนพฤษภาคม 2026 ไม่ใช่การเอา Forerunner 55 หรือ 165 รุ่นก่อนมาจัดอันดับซ้ำ ความต่างสำคัญไม่ใช่จำนวน Widget แต่คือสิ่งที่เกิดตั้งแต่ออกจากบ้านจนกด Save ได้แก่ นาฬิกาจับสัญญาณในเส้นทางแบบไหน อ่าน Pace ตอนแดดแรงได้หรือไม่ แบตเหลือพอเปิดเพลงหรือเปล่า และเราต้องใช้แผนที่จริงหรือแค่ตาม Course ครับ
นักวิ่งถนนที่วนเส้นเดิมอาจใช้ Forerunner 70 ได้ครบกว่าที่คิด ในทางกลับกัน นักวิ่ง Trail ที่มีทางแยกถี่อาจคุ้มกับ Forerunner 970 แม้ Pace ไม่เร็วกว่าใคร การซื้อรุ่นสูงกว่าไม่ได้ทำให้ VO2 max สูงขึ้นเอง แต่มันลดขั้นตอนบางอย่าง เช่น หยิบโทรศัพท์ดูทาง สลับอุปกรณ์ตอนแข่ง Multisport หรือพกไฟสำรองช่วงเช้ามืด สิ่งที่ต้องซื้อจึงควรเป็น Workflow ที่ดีขึ้น ไม่ใช่กราฟที่เราไม่เคยเปิดดู
เริ่มจากวันแข่งหนึ่งวัน ไม่ใช่เริ่มจากสเปกหนึ่งร้อยช่อง
เลือกรุ่นจากสิ่งที่ต้องทำระหว่างวิ่ง
| รุ่น | Smartwatch / GPS-only | เหมาะกับ | เหตุผลให้ขยับขึ้น | ข้อจำกัดหลัก |
|---|---|---|---|---|
| Forerunner 70 | 13 วัน / 23 ชม. | เรือนแรก 5K–Marathon ถนน | ต้องการ Pay, Music หรือ Altimeter | ไม่มี Multi-band และ Music ในตัว |
| Forerunner 170 | 10 วัน / 20 ชม. | วิ่งถนนและซ้อมเป็นระบบ | ต้องการ Multi-band, Triathlon หรือจอสองขนาด | มีขนาดเดียวและไม่มี Multi-band |
| Forerunner 570 | 10–11 วัน / 18 ชม. | ซ้อมจริงจัง เมืองตึกสูง ไตรกีฬา | ต้องการแผนที่สี Routing หรือแบตมากขึ้น | ไม่มี Full-color Built-in Maps แบบ 970 |
| Forerunner 970 | 15 วัน / 26 ชม. | เส้นทางใหม่ Trail และข้อมูล Premium | — | 47 มม. ราคาและน้ำหนักสูงกว่า |
ค้นจากระยะ สนาม และโหมดดาวเทียม
Official StoreGarmin Flagship StoreGarmin Forerunner 970 นาฬิกาสมาร์ทวอทช์ ประกันศูนย์ไทย 2 ปีเช็กโปรล่าสุด ↗ลองนึกภาพสนามเป้าหมาย หากเป็น 5K หรือ 10K ในเมือง เส้นทางชัด วิ่งไม่เกินหนึ่งชั่วโมง และพกโทรศัพท์อยู่แล้ว Forerunner 70 กับ 170 มีพื้นที่แบตเหลือมาก ฟังก์ชัน Training Status, Training Readiness, Running Power จากข้อมือ และ Daily Suggested Workout ที่ Garmin ใส่มาในรุ่นใหม่เพียงพอสำหรับจัด Session หลัก
หากเป็น Half Marathon หรือ Marathon ที่ซ้อมตาม Pace หลายช่วง Forerunner 570 เพิ่ม Multi-band GPS กับ SatIQ, PacePro, Advanced Running Metrics, Music และตัวเลือกตัวเรือนสองขนาด เหมาะเมื่อวิ่งใต้ตึกสูงหรือร่มไม้และต้องการวิเคราะห์ Load มากขึ้น แต่ GPS 18 ชั่วโมงบนกระดาษไม่ได้แปลว่าแบตจริงจะเหนือ Forerunner 70 ซึ่งระบุ GPS-only 23 ชั่วโมง จุดขายของ 570 อยู่ที่ Sensor/GNSS และ Training Workflow มากกว่าตัวเลขชั่วโมงสูงสุด
หากเป็น Trail, Ultra ระยะไม่ยาวเกินแบต หรือวิ่งท่องเที่ยวในเมืองที่ไม่คุ้น Forerunner 970 เพิ่มแผนที่สีในตัวกับ Dynamic Round-trip Routing แบต GPS-only สูงสุด 26 ชั่วโมงและ Auto Select 23 ชั่วโมง มี Sapphire Lens, Titanium Bezel และ LED Flashlight แต่น้ำหนัก ตัวเรือน และราคาสูงขึ้น คนวิ่งเส้นเดิมทุกเช้าอาจจ่ายให้แผนที่ที่ไม่เคยเปิด
Forerunner 70 นาฬิกาเรือนแรกที่แบตไม่ใช่รุ่นเล็ก
Forerunner 70 มีตัวเรือน 42.6 มิลลิเมตร หนา 11.9 มิลลิเมตร น้ำหนัก 40 กรัม หน้าจอ AMOLED 1.2 นิ้ว ระบบสัมผัสพร้อมปุ่มห้าปุ่ม แบตที่ Garmin ระบุสูงสุด 13 วันใน Smartwatch Mode, 23 ชั่วโมงใน GPS-only และ 16 ชั่วโมงเมื่อใช้ All Systems GNSS น่าสนใจตรงแบตบนกระดาษยาวกว่า Forerunner 170 และ 570 บางโหมด แม้เป็นรุ่น Entry-level
มันเหมาะกับคนที่ต้องการบันทึก Pace, Distance, Heart Rate, Running Dynamics จากข้อมือและใช้ Training Readiness/Training Status เพื่อจัดวันหนักเบา แต่ไม่ต้องการจ่ายให้ Garmin Pay, เพลงในตัว, Altimeter สำหรับ Floors หรือ Connected Feature เพิ่ม รุ่นนี้มีหน่วยความจำ 512 MB จึงไม่ใช่ตัวเลือกสำหรับเก็บ Playlist และไม่ควรซื้อเผื่อว่าจะอัปเกรด Music ด้วย Software ภายหลัง
ข้อแลกเปลี่ยนคือ GNSS มี GPS-only กับ All Systems แต่ไม่มี Multi-band แบบ 570/970 หากเส้นทางประจำผ่านตึกสูง ซอยแคบ หรือป่าทึบ ควรทดสอบ Track จากสภาพจริงก่อนหมดช่วงคืนสินค้า ถ้าวิ่งสวนเปิดโล่ง ความต่างอาจไม่คุ้มส่วนเพิ่ม การมีโหมดดาวเทียมมากกว่าไม่ได้ช่วยทุกสนามเท่ากัน
Forerunner 170 จุดหวานสำหรับนักวิ่งถนนส่วนใหญ่
Forerunner 170 ขนาด 42.6 มิลลิเมตร หนัก 41 กรัม จึงเพิ่มจาก 70 เพียงหนึ่งกรัมตามข้อมูลเปรียบเทียบของ Garmin สิ่งที่เพิ่มคือ Garmin Pay, Barometric Altimeter สำหรับ Floors Climbed และ Cycling Metrics บางส่วน รุ่น 170 Music เพิ่มพื้นที่เก็บเพลง/Podcast จากบริการที่รองรับเพื่อฟังผ่านหูฟังโดยไม่พกโทรศัพท์
แบตระบุสูงสุด 10 วันใน Smartwatch Mode, 20 ชั่วโมง GPS-only และ 14 ชั่วโมง All Systems รุ่น Music เมื่อเปิดเพลงพร้อม GPS จะลดเหลือสูงสุด 7.5 ชั่วโมงใน GPS-only หรือ 6.5 ชั่วโมงใน All Systems นี่คือจุดที่นักวิ่ง Marathon ต้องคำนวณจากเวลาจบจริง ไม่ใช่ดูคำว่า 20 ชั่วโมงแล้วคิดว่าใช้ได้เท่ากันทุกโหมด
Forerunner 170 เหมาะกับคนวิ่งถนนที่อยากได้แผนซ้อม การประเมินความพร้อม การจ่ายเงินหลังวิ่ง และตัวเลือกเพลง แต่ไม่ต้องการ Triathlon Feature, Multi-band GPS หรือแผนที่สี หากพกโทรศัพท์เพื่อความปลอดภัยอยู่แล้ว Music อาจไม่จำเป็น เพราะเปิดเพลงจากโทรศัพท์และประหยัดแบตนาฬิกาได้
จุดต้องเช็กคือ Forerunner 170 มีขนาดเดียว คนข้อมือเล็กอาจชอบน้ำหนัก 41 กรัม แต่คนที่อยากได้จอใหญ่กว่าต้องมอง Forerunner 570 ขนาด 47 มิลลิเมตร ลองใส่นอนหนึ่งคืนหากร้านหรือเงื่อนไข Demo อนุญาต เพราะ Training Readiness พึ่งข้อมูลการนอนและ HRV การซื้อ Feature นี้แต่ถอดนาฬิกาทุกคืนทำให้ประโยชน์หายไปมาก
Forerunner 570 สำหรับซ้อมจริงจังและเริ่ม Multisport
Forerunner 570 มีตัวเรือน 42 และ 47 มิลลิเมตร จึงแก้โจทย์ Fit ได้กว้างกว่า 170 Garmin ใส่ Multi-band GPS กับ SatIQ, Triathlon Coach, Custom Multisport Workouts, Training Readiness, Acute Load, Training Effect, Running Dynamics และ PacePro พร้อม Speaker/Microphone สำหรับโทรเมื่อเชื่อม Smartphone หรือใช้ Voice Command
แบต GPS-only ของทั้งสองขนาดสูงสุด 18 ชั่วโมง รุ่น 42 มิลลิเมตรระบุ Smartwatch 10 วัน, Auto Select 14 ชั่วโมงและ Multi-band 13 ชั่วโมง รุ่น 47 มิลลิเมตรระบุ Smartwatch 11 วัน, Auto Select 16 ชั่วโมงและ Multi-band 14 ชั่วโมง หากเปิดเพลง GPS-only สูงสุด 9 ชั่วโมง และ Auto Select/Multi-band สูงสุด 8 ชั่วโมงตามคู่มือ
ตัวเลขนี้ทำให้ 570 ไม่ใช่คำตอบอัตโนมัติสำหรับ Ultra จุดแข็งของมันคือความแม่นยำตำแหน่งในสภาพยาก การสลับกีฬาต่อเนื่อง และข้อมูลซ้อมมากขึ้น นักวิ่ง Marathon ที่จบภายในหลายชั่วโมงมี Buffer เหลือสบายถ้าชาร์จก่อนแข่ง แต่คนวางแผนกิจกรรมทั้งวันพร้อมเพลงต้องคำนวณโหมดจริง
570 ไม่มีแผนที่สีในตัวแบบ 970 ตามการแยกรุ่นของ Garmin จึงเหมาะกับคนที่รู้เส้นทางหรือใช้ Course Guidance โดยไม่ต้องดูรายละเอียดถนนครบ หากคุณวิ่งงานที่ป้ายชัดและซ้อมเส้นเดิม เงินส่วนต่างไป 970 อาจไม่ช่วย Pace แต่ถ้าหลงทางบ่อย 970 จะลดการหยิบโทรศัพท์ได้จริง
Forerunner 970 สำหรับแผนที่ เส้นทางใหม่ และข้อมูลระดับลึก
Forerunner 970 ใช้ตัวเรือน 47 มิลลิเมตร หน้าปัด Sapphire กับ Titanium Bezel มี Full-color Built-in Mapping, Turn-by-turn, Dynamic Round-trip Routing และ LED Flashlight เหมาะกับคนวิ่งต่างเมือง Trail ที่ทางแยกเยอะ หรือออกซ้อมก่อนฟ้าสว่าง รุ่นนี้ยังเพิ่ม Running Tolerance และเมื่อจับคู่ HRM 600 จึงใช้ Running Economy กับ Step Speed Loss ได้
คำว่าเมื่อจับคู่ HRM 600 สำคัญ เพราะสอง Metric หลังไม่ได้เกิดจากนาฬิกาเดี่ยว ๆ อย่าซื้อ 970 เพียงเพราะเห็นชื่อกราฟแล้วคาดว่าจะใช้ได้ครบโดยไม่ซื้อ Sensor เพิ่ม ส่วน ECG App มีข้อจำกัดด้านภูมิภาค อายุ Software และอุปกรณ์ที่รองรับ อีกทั้งไม่ใช่เครื่องมือวินิจฉัยแทนแพทย์
แบตสูงสุด 15 วันใน Smartwatch Mode, 26 ชั่วโมง GPS-only, 23 ชั่วโมง Auto Select และ 21 ชั่วโมง Multi-band เมื่อเปิดเพลงจะเหลือสูงสุด 14, 13 และ 12 ชั่วโมงตามลำดับ ค่าเหล่านี้เป็นตัวเลขในเงื่อนไขทดสอบ การใช้งานจริงลดลงจากความสว่าง การแจ้งเตือน Sensor อุณหภูมิและอายุแบต จึงต้องเหลือ Buffer
970 เหมาะเมื่อแผนที่และวัสดุ Premium ถูกใช้ทุกสัปดาห์ ไม่ใช่ปีละครั้ง ตัวเรือน 47 มิลลิเมตรอาจใหญ่สำหรับข้อมือเล็ก และน้ำหนักสูงกว่า 70/170 ควรลองรัดให้แน่นพอวัด Heart Rate แต่ไม่กดผิว ทำ Arm Swing และสวมกับเสื้อแขนยาวเพื่อดูว่าขอบเกี่ยวหรือไม่
คิดแบตแบบ Race Budget ก่อนกดซื้อ
แบตที่ต้องดูคือโหมดที่กด Start จริง
| รุ่น | All Systems/Auto Select | Multi-band | GPS + Music | เหมาะวางแผน |
|---|---|---|---|---|
| Forerunner 70 | 16 ชม. | ไม่มี | ไม่มี | กิจกรรมยาวที่ไม่ใช้เพลงและเส้นทางไม่ซับซ้อน |
| Forerunner 170 Music | 14 ชม. | ไม่มี | 6.5–7.5 ชม. | ถนนและ Marathon ที่เวลารวมยังมี Buffer |
| Forerunner 570 47mm | Auto Select 16 ชม. | 14 ชม. | 8–9 ชม. | สนามเมือง/ป่าและ Multisport ระยะกลาง |
| Forerunner 970 | Auto Select 23 ชม. | 21 ชม. | 12–14 ชม. | เส้นทางยาว แผนที่ และกิจกรรมใกล้หนึ่งวัน |
เริ่มจากเวลาจบที่เผื่อแย่กว่าคาด ไม่ใช่เวลาฝัน ถ้าตั้งเป้า Marathon 5 ชั่วโมง ให้เผื่อ Start Pen, Warm-up, รอปล่อยตัวและหลังเข้าเส้นอีกอย่างน้อย 1–2 ชั่วโมง จากนั้นเลือกโหมด GNSS ที่จะใช้จริงและหักการเปิดเพลง Always-on Display การแจ้งเตือนกับ Sensor ภายนอกออกจากตัวเลขสูงสุด
กฎใช้งานง่ายคืออย่าวางแผนให้แบต Race Day เกินประมาณ 70–80% ของตัวเลขสูงสุดของโหมดนั้น เพื่อเหลือ Margin จากอายุแบต ความร้อน และการตั้งค่า ตัวอย่าง Forerunner 170 Music ใน All Systems + Music ระบุ 6.5 ชั่วโมง จึงไม่ควรเอาไปผูกกับแผนกิจกรรม 6 ชั่วโมงพอดีโดยไม่มีทางเลือกปิดเพลงหรือชาร์จก่อน Start
สำหรับการวิ่ง 10K แบตแทบทุกรุ่นเหลือมาก ประเด็นจึงย้ายไปที่น้ำหนัก ขนาดและ Metric ที่ใช้ สำหรับ Marathon 570 ยังเหลือสบายในหลายกรณี แต่เพลงกิน Margin ส่วนกิจกรรม 15–20 ชั่วโมง Forerunner 970 อาจพอในโหมดเหมาะสม แต่ต้องทำ Battery Rehearsal จริงหนึ่งครั้ง ไม่ควรเดาจาก Spec Sheet
GPS-only, All Systems และ Multi-band ใช้ไม่เหมือนกัน
GPS-only ประหยัดแบตกว่าและเพียงพอในสวนหรือถนนโล่ง All Systems ใช้หลายระบบดาวเทียมเพื่อช่วยในสภาพท้าทายแต่กินแบตมากขึ้น Multi-band เพิ่มความสามารถระบุตำแหน่งในตึกสูง หุบเขา หรือป่าทึบและอยู่ใน 570/970 คู่กับ SatIQ ที่เลือกโหมดให้สมดุลความแม่นยำกับแบต
อย่าเปิดโหมดสูงสุดเพราะกลัว Track ไม่สวยทุกครั้ง ทดสอบเส้นทางประจำสามรอบด้วย GPS-only แล้วดูว่าระยะ Pace Lap และเส้นทางผิดมากพอรบกวนการซ้อมหรือไม่ หากวิ่งสนาม Track ให้ใช้ Track Run Profile และเลือก Lane ให้ถูก การตั้งค่ากิจกรรมมีผลพอ ๆ กับฮาร์ดแวร์
ใน Race Day ให้ล็อกหน้าจอหรือปุ่มตามความเหมาะสมและเปิด Auto Lap ที่เข้าใจได้ การ Track สวยแต่เผลอกด Pause ตอนฝนตกไม่ช่วยอะไร ฝึกใช้ปุ่ม Start/Stop, Lap และ Data Page ตอน Tempo Run ก่อนวันจริง ไม่แกะเมนูใหม่ในเช้ามาราธอนครับ
Training Readiness ไม่ใช่คำสั่งจากโค้ชบนข้อมือ
Forerunner รุ่นใหม่ใช้ข้อมูล Sleep, HRV, Training Load และ Recovery ประกอบ Training Readiness มันช่วยให้เห็นแนวโน้ม แต่ไม่รู้ทุกอย่างเกี่ยวกับอาการเจ็บ ความเครียดจากงานหรือสภาพเฉพาะบุคคล คะแนนสูงไม่ได้บังคับให้ต้อง Interval และคะแนนต่ำไม่ได้ห้ามเดินเบา ๆ
ใส่นาฬิกาสม่ำเสมอ รัดเหนือกระดูกข้อมือให้พอดีและรอให้ระบบมี Baseline ก่อนตีความ หาก Optical Heart Rate เพี้ยนตอน Interval จากการแกว่งแขน เหงื่อหรือ Fit ให้พิจารณา Chest Strap ที่เข้ากันได้เมื่อต้องการข้อมูลฝึกละเอียด แต่ตัวเลขใดก็ไม่ใช่การวินิจฉัยสุขภาพ
เมื่อมีอาการเจ็บหน้าอก หน้ามืด หายใจผิดปกติ ปวดรุนแรง หรืออาการเกิดซ้ำ ให้หยุดกิจกรรมและขอคำแนะนำจากแพทย์หรือผู้เชี่ยวชาญที่เหมาะสม อย่าใช้ Body Battery, Pulse Ox หรือ ECG ที่รองรับในบางรุ่นเป็นเหตุผลฝืนซ้อมหรือแทนการประเมินทางการแพทย์
Music, Garmin Pay และ Speaker ใช้ได้เมื่อระบบรอบตัวพร้อม
Forerunner 170 Music ให้ดาวน์โหลดเพลง ส่วน 570/970 รองรับเพลงในตัวและมี Speaker/Microphone แต่บริการเพลงอาจต้อง Subscription และต้องใช้หูฟัง Bluetooth สำหรับฟังขณะวิ่งตามรูปแบบที่รองรับ ตรวจ Provider และพื้นที่ใช้งานก่อนซื้อ อย่าคิดจากโลโก้บนหน้าเว็บประเทศอื่นว่าบัญชีไทยใช้ได้เหมือนกันทุกอย่าง
Garmin Pay ต้องมีธนาคารและเครือข่ายบัตรที่รองรับในประเทศของผู้ใช้ มันสะดวกสำหรับซื้อน้ำหลังวิ่งแต่ไม่แทนเงินหรือโทรศัพท์ในทุกสถานการณ์ ส่วนการโทรจาก 570/970 พึ่ง Smartphone ที่จับคู่อยู่ ไม่ใช่ LTE อิสระ ควรอ่านข้อกำหนด Safety/Tracking และพกวิธีติดต่อที่เหมาะกับเส้นทาง
การวิ่งโดยไม่พกโทรศัพท์ฟังดูเบา แต่ถ้าเส้นทางเปลี่ยว ไม่มีน้ำ หรือไม่มีคนรู้ Course สิ่งสำคัญกว่าคือแผนความปลอดภัย แจ้งเส้นทาง เวลาโดยประมาณ สภาพอากาศและจุดถอนตัว ฟังก์ชัน Incident Detection/Assistance มีข้อจำกัดการเชื่อมต่อ ไม่ควรใช้เป็นประกันว่าจะได้รับความช่วยเหลือเสมอ
ขนาด 42 กับ 47 มิลลิเมตรวัดจากการนอนด้วย
570 เปิดให้เลือก 42/47 มิลลิเมตร ส่วน 970 มี 47 มิลลิเมตร และ 70/170 อยู่ราว 42.6 มิลลิเมตร จอใหญ่ช่วยอ่านหลาย Data Field แต่กินพื้นที่ข้อมือและอาจชนกระดูกตอนวิดพื้น ตัวเรือนเล็กสบายกว่าในการนอนและมักเก็บข้อมูลต่อเนื่องง่ายกว่า
ลองรัดแล้วสอดนิ้วได้พอดี ยกข้อมือสุด งอมือ Push-up และวิ่งบนลู่อย่างน้อยไม่กี่นาที ดูว่านาฬิกาเด้งหรือเลื่อนหรือไม่ ถ้ารัดแน่นจนเกิดรอยลึก Optical Sensor อาจไม่ได้ดีขึ้นเสมอไป เปลี่ยนสายให้เหมาะกับรอบข้อมือและทำความสะอาดหลังเหงื่อออก
อย่าซื้อ 47 มิลลิเมตรเพราะแบตต่างหนึ่งวันโดยไม่ลอง Fit หากถอดนอนทุกคืน Training Readiness และ Recovery Insight จะเสียข้อมูลมากกว่าแบตที่เพิ่มขึ้น ให้เลือกรุ่นที่ยอมใส่จริง 24/7 ตามการใช้งานที่ต้องการ
ตารางตัดสินใจจากสิ่งที่ต้องเปิดในวันวิ่ง
ถ้าหน้า Data Page ของคุณมีเพียง Pace, Distance, Heart Rate และ Lap Forerunner 70 ตอบได้ หากเพิ่ม Payment กับ Music ให้ขยับ 170 หากเพิ่ม Multi-band, Triathlon และ Training Load ลึกขึ้นให้ดู 570 หากเพิ่ม Full-color Maps, Dynamic Routing และไฟฉายให้ดู 970
อย่าจ่ายให้ Metric ที่อ่านครั้งเดียวตอนแกะกล่อง ลองเขียน Feature สามข้อที่ต้องใช้ทุกสัปดาห์และสามข้อที่ใช้เฉพาะ Race หากส่วนเพิ่มของรุ่นสูงขึ้นอยู่ฝั่งปีละครั้ง ให้เอางบไปที่รองเท้า ค่าสนาม หรือ Heart Rate Strap ที่ใช้จริงก่อน
สรุป Garmin รุ่นไหนดีสำหรับวิ่ง
Forerunner 70 เหมาะกับนักวิ่งใหม่ที่ต้องการ AMOLED, Training Readiness/Status และแบต GPS ยาวโดยไม่เน้น Music/Pay Forerunner 170 เป็นคำตอบสมดุลสำหรับวิ่งถนน เพิ่ม Garmin Pay, Altimeter และตัวเลือก Music โดยยังเบา 41 กรัม Forerunner 570 เหมาะกับคนซ้อมหนักหรือ Triathlon ที่ต้องการ Multi-band, PacePro, Speaker/Mic และเลือกขนาดได้ ส่วน Forerunner 970 เหมาะกับ Route ใหม่, Trail, แผนที่สี, แบตที่ยาวขึ้นและ Feature ระดับ Premium
ก่อนซื้อให้ทำสามอย่าง จดโหมด GPS กับ Music ที่จะใช้ คำนวณแบตจากเวลาจบพร้อม Buffer และลองขนาดจริงตอนวิ่งกับตอนนอน ถ้านาฬิกาเรือนถูกทำให้คุณกด Start ได้ง่าย อ่านข้อมูลที่จำเป็นทัน และไม่ต้องชาร์จระหว่างกิจกรรม นั่นมีค่ากว่าการมี Feature ยาวเต็มหน้าเว็บแต่ไม่เคยเปิดครับ
References
- Garmin Forerunner 70 Official Product Page
- Garmin Forerunner 170 Official Product Page
- Garmin Forerunner 570 47mm Official Product Page
- Garmin Forerunner 970 Official Product Page
- Garmin Announces Forerunner 70 and 170
- Garmin Announces Forerunner 570 and 970
- Forerunner 170 Official Battery Information
- Forerunner 570 Official Battery and Specifications

Guille (แอดกีเย่) เป็นคนชอบกีฬา ชอบลองของ และชอบหาคำตอบให้เรื่องที่คนเล่นกีฬาสงสัย เลยอยากหยิบข้อมูลยาก ๆ มาเล่าให้เข้าใจง่าย พร้อมเทียบตัวเลือกแบบตรงไปตรงมา เพื่อให้การเลือกอุปกรณ์ง่ายขึ้น และสนุกกับกีฬาในแบบของตัวเอง
