รองเท้าวิ่ง 5K รุ่นไหนดี? เทียบ 6 รุ่นให้ตรงเพซ งบ และวันใช้งาน

เทียบรองเท้าวิ่ง 5K จำนวน 6 รุ่น พร้อมแนวทางเลือกให้ตรงเพซ งบ รูปเท้า และบทบาทวันซ้อมหรือวันแข่งก่อนตัดสินใจซื้อ

Nike Streakfly 2 รองเท้าวิ่งผู้ชาย
Nike Streakfly 2 รองเท้าวิ่งผู้ชาย — คลิกรูปเพื่อดูสินค้าและเช็กโปรล่าสุด

คำตอบสั้นที่สุดคือ ถ้าเย่อยากได้รองเท้าที่เกิดมาเพื่อ 5K บนถนนโดยตรง Nike Streakfly 2 เป็นตัวเลือกที่ชัดที่สุดในกลุ่มนี้ เพราะเบา พื้นไม่สูงเทอะทะ และแบรนด์ระบุช่วงใช้งานตั้งแต่ 1 ไมล์ถึง 10K ส่วน adidas Adizero Takumi Sen 11 เหมาะกับคนที่ชอบจังหวะสัมผัสพื้นและต้องการรองเท้าแข่ง 5K/10K ที่คุมทรงกว่า ขณะที่ ASICS MAGIC SPEED 5 เป็นคำตอบสมดุลกว่าสำหรับคนที่อยากใช้ทั้งวันซ้อมเร็วและวันแข่ง ไม่ต้องเก็บรองเท้าคาร์บอนไว้ลงสนามอย่างเดียว

แต่คำว่า “รุ่นไหนดี” จะตอบจากน้ำหนักรองเท้าหรือแผ่นคาร์บอนเพียงอย่างเดียวไม่ได้ครับ 5K เป็นระยะที่เร็วพอให้ความกระชับ การยึดเกาะ และการเปลี่ยนทิศมีผลชัด แต่ก็ยาวพอให้ความพอดีที่ผิดเพียงเล็กน้อยกลายเป็นจุดกดหรือส้นหลุดได้ แอดกีเย่จึงอยากให้แยกก่อนว่าเรากำลังหา “คู่แข่งทำเวลา”, “คู่ซ้อมเร็วที่ลงแข่งได้” หรือ “คู่เดียวทำทุกอย่าง” เพราะสามโจทย์นี้พาไปคนละรุ่น และคู่แพงที่สุดไม่จำเป็นต้องเหมาะที่สุด

ก่อนเลือก แยก 5K ถนนออกจาก 5,000 เมตรในลู่

บทความนี้เน้น 5K road race หรือการวิ่งถนนเป็นหลัก ถ้าเย่ลง 5,000 เมตรในสนามลู่ กติกาและรองเท้าที่อนุญาตอาจไม่เหมือนกัน ข้อกำหนดรองเท้าของ World Athletics ใช้ความหนาพื้นสูงสุดต่างกันตามประเภทการแข่งขัน และเอกสารคำถามที่พบบ่อยยกตัวอย่างชัดว่ารองเท้าถนนพื้น 40 มม. ไม่สามารถนำไปใช้ในรายการลู่ตั้งแต่ 800 เมตรขึ้นไปซึ่งกำหนดเพดานต่ำกว่าได้ ดังนั้นงานที่รับรองผลหรืออยู่ภายใต้กติกาสหพันธ์ควรตรวจรุ่นใน Approved Shoe List และถามผู้จัดอีกครั้ง อย่าเห็นคำว่า 5K แล้วตีความว่าใช้กับ track 5,000m ได้อัตโนมัติ

สำหรับงานวิ่งถนนทั่วไป ให้เริ่มจากหน้าที่ของรองเท้าและความพอดี ส่วนผู้ที่ลงงานระดับรับรองผลควรตรวจสถานะรุ่นและเวอร์ชันล่าสุดก่อนแข่งเสมอ เพราะชื่อรุ่นคล้ายกันแต่โครงสร้างหรือปีผลิตอาจต่างกันได้

เทียบ 6 รุ่นที่น่าดูสำหรับ 5K

เทียบจากบทบาทจริง ไม่จัดอันดับจากน้ำหนักต่างไซซ์

ราคาและโปรที่หน้าเว็บทางการแสดง ณ 28 สิงหาคม 2026 อาจต่างตามสี ไซซ์ และช่วงเวลา น้ำหนักที่แบรนด์ระบุวัดคนละไซซ์จึงไม่ควรเทียบตรงตัว
รุ่น ราคาที่พบ สเปกเด่นที่หน้าแบรนด์ระบุ บทบาทที่เหมาะ จุดที่ต้องลอง
Nike Streakfly 2 6,600 บาท ประมาณ 145 กรัม (US 10), ดรอป 4 มม., ZoomX + Flyplate คาร์บอน คู่แข่ง 1 ไมล์–10K โดยเฉพาะ 5K ทรงเฉพาะทางและไซซ์อาจรู้สึกเล็ก
adidas Takumi Sen 11 สีที่ตรวจพบ 4,690 จาก 6,700 บาท พื้น 31/24 มม., ดรอป 7 มม., Lightstrike Pro + Energyrods 2.0 ซ้อม interval และแข่ง 5K/10K ความกระชับกลางเท้าและหน้าเท้า
ASICS MAGIC SPEED 5 สีที่ตรวจพบ 4,830 จาก 6,900 บาท ดรอป 7 มม., แผ่นคาร์บอนเต็มความยาว, FF LEAP/FF BLAST PLUS ซ้อม tempo/interval และลงแข่งคู่เดียว ลอง D เทียบ Wide 2E ตามรูปเท้า
adidas Adizero EVO SL 5,800 บาท 199 กรัม, พื้น 36/30 มม., ดรอป 6 มม., Lightstrike Pro คู่เบาซ้อมได้กว้างและแข่ง 5K สนุก ๆ เช็กความมั่นคงตอนเลี้ยวและล็อกส้น
PUMA Deviate NITRO 3 สีที่ตรวจพบ 3,540 จาก 5,900 บาท 270 กรัม (UK 8), พื้น 39/29 มม., ดรอป 10 มม., PWRPLATE คู่ซ้อมมีแผ่นที่ลง 5K ได้ในงบคุ้ม หนักกว่าคู่แข่งเฉพาะทาง
ASICS METASPEED EDGE TOKYO 9,200 บาท แผ่นคาร์บอน, FF LEAP/FF TURBO PLUS, ASICSGRIP คู่พรีเมียมสำหรับ pitch-style runner ที่ไล่ PB ราคาสูงและต้องรู้สไตล์การวิ่งของตัวเอง

ตัวเลขด้านล่างมาจากหน้าสินค้าทางการที่ตรวจสอบวันที่ 28 สิงหาคม 2026 ราคาโปรเปลี่ยนตามสี ไซซ์ และช่วงเวลา ส่วนน้ำหนักที่แบรนด์ระบุวัดคนละไซซ์กัน จึงใช้เพื่อเข้าใจบุคลิกของรุ่น ไม่ควรนำเลขต่างไซซ์มาจัดอันดับแบบกรัมต่อกรัม

1) Nike Streakfly 2 — ตัวแข่ง 5K ที่ตรงโจทย์ที่สุด

Streakfly 2 เป็นตัวเลือกแรกเมื่อโจทย์คือทำเวลา 5K บนถนน หน้า Nike Thailand ระบุชัดว่าออกแบบสำหรับ road race ตั้งแต่ 1 ไมล์ถึง 10K ใช้โฟม ZoomX ร่วมกับ Flyplate คาร์บอนเต็มความยาว น้ำหนักประมาณ 145 กรัมในไซซ์ผู้ชาย US 10 และดรอป 4 มม. พื้นนอกใช้ยางเหนียวเพื่อช่วยตอนเร่งและเข้าโค้ง จุดเด่นคือความเบาและการตอบสนองทันที เหมาะกับคนที่มีรองเท้าซ้อมอยู่แล้วและกำลังเติมคู่วันแข่ง

ข้อแลกเปลี่ยนคือทรงและโครงสร้างค่อนข้างเฉพาะทาง พื้นต่ำและดรอปน้อยกว่ารุ่นซ้อมหลายคู่ คนที่คุ้นรองเท้านุ่มสูงหรือยังควบคุมข้อเท้าไม่ดีอาจรู้สึกว่าต้องทำงานมากขึ้น หน้าไทยยังเตือนว่ารุ่นนี้อาจรู้สึกเล็กและแนะนำให้พิจารณาเพิ่มครึ่งไซซ์ จึงไม่ควรกดซื้อตามไซซ์เดิมโดยไม่ลอง หากส้นล็อกไม่อยู่หรือหน้าเท้าถูกบีบ ความเบา 10–20 กรัมก็ช่วยไม่ได้

2) adidas Adizero Takumi Sen 11 — จังหวะคมสำหรับ 5K/10K

Takumi Sen 11 ถูกวางมาเพื่อ 5K และ 10K เช่นกัน ใช้ Lightstrike Pro กับ Energyrods 2.0 ที่เสริมใยแก้ว ไม่ใช่แผ่นคาร์บอนเต็มชิ้นแบบ Streakfly 2 รุ่นที่หน้าไทยระบุมีพื้นสูง 31 มม. ที่ส้นและ 24 มม. ที่ปลายเท้า ดรอป 7 มม. พร้อม Continental rubber บริเวณส่งตัว เหมาะกับนักวิ่งที่ชอบรองเท้าแน่น กระชับ และรู้สึกถึงจังหวะก้าวมากกว่าความนุ่มฟู

รุ่นนี้น่าสนใจสำหรับคนที่ต้องการลงทั้ง 5K และ 10K หรือซ้อม interval บนถนน แต่ต้องลองช่วงกลางเท้าและหน้าเท้าให้ดี เพราะคำว่า true to size บนหน้าเว็บเป็นเพียงจุดเริ่ม ไม่ใช่คำรับรองว่าจะเข้ากับรูปเท้าทุกคน ถ้ารัดเชือกแล้วหลังเท้าชา นิ้วชนตอนเบรก หรือส้นยกเมื่อเข้าโค้ง ให้เปลี่ยนไซซ์หรือรุ่นก่อนคิดเรื่องทำเวลา

3) ASICS MAGIC SPEED 5 — คู่ซ้อมเร็วที่ลงแข่งได้จริง

MAGIC SPEED 5 เหมาะกับคนที่ยังไม่อยากซื้อรองเท้าแข่งเฉพาะวันเดียว หน้า ASICS Thailand ระบุว่าเวอร์ชันนี้เบากว่ารุ่นก่อนประมาณ 50 กรัม ใช้แผ่นคาร์บอนเต็มความยาว โฟม FF LEAP และ FF BLAST PLUS ดรอป 7 มม. พร้อม ASICSGRIP จุดที่ใช้งานจริงมากคือมีทั้งหน้ากว้างมาตรฐาน D และ Wide 2E ในคอลเล็กชันไทย จึงเปิดทางให้คนหน้าเท้ากว้างกว่ารุ่นแข่งทรงแคบบางคู่

คาแรกเตอร์ของมันเหมาะกับ tempo, interval และ 5K race ในคู่เดียว ความรู้สึกอาจไม่เบาและดิบเท่า Streakfly 2 แต่ความอเนกประสงค์ดีกว่า สำหรับนักวิ่งที่เพิ่งเริ่มใช้รองเท้ามีแผ่นหรือมีงบซื้อเพียงคู่เดียวเพื่อวันคุณภาพ MAGIC SPEED 5 เป็นจุดสมดุลที่น่าเริ่มที่สุดในสามคู่หลัก

4) adidas Adizero EVO SL — คู่เบาสำหรับซ้อมและแข่งแบบไม่ยึดติดกับแผ่น

EVO SL เหมาะกับคนที่อยากได้รองเท้าเบาและเร็ว แต่ไม่ต้องการจ่ายเพื่อโครงสร้างแข่งเต็มระบบ หน้าสินค้า adidas Thailand ระบุน้ำหนัก 199 กรัม ดรอป 6 มม. และพื้นสูง 36/30 มม. พร้อม Lightstrike Pro ในราคาเต็มที่พบ 5,800 บาท มันเข้าทางนักวิ่งที่ต้องการรองเท้าซ้อมเร็วซึ่งยังหยิบไปวิ่ง easy หรือแข่ง 5K สนุก ๆ ได้ โดยไม่จำเป็นต้องมีหลายคู่

อย่าตีความว่าไม่มีชิ้นส่วนแข็งแล้วจะช้ากว่าเสมอ สำหรับนักวิ่งมือใหม่ ความสบายและความมั่นใจในจังหวะอาจคืนเวลาได้มากกว่ารองเท้าแข่งที่บังคับเท้าเกินไป จุดตรวจสำคัญคือความมั่นคงตอนเลี้ยวและความพอดีของ upper เมื่อเร่งเพซ ไม่ใช่ดูโฟมเพียงคำเดียว

5) PUMA Deviate NITRO 3 — คุ้มสำหรับคนอยากได้คู่ซ้อมมีแผ่น

Deviate NITRO 3 ใช้ PWRPLATE คาร์บอนกับโฟม NITRO หน้า PUMA Thailand ระบุน้ำหนัก 270 กรัมในไซซ์ UK 8 พื้นสูง 39/29 มม. ดรอป 10 มม. และจัดเป็นรองเท้าซ้อมประจำวันสำหรับนักวิ่งเท้าปกติ จุดเด่นคือให้โครงสร้างช่วยส่งตัวพร้อมพื้นยาง PUMAGRIP และในสีที่ตรวจสอบมีราคาโปร 3,540 บาทจาก 5,900 บาท

มันหนักกว่าคู่แข่ง 5K เฉพาะทางชัดเจน แต่เหมาะกับคนที่ให้ความสำคัญกับความคุ้มและอยากซ้อมหลายรูปแบบในคู่เดียว ถ้าเพิ่งเริ่มวิ่ง 5K และยังไม่มีรองเท้าซ้อมที่ไว้ใจได้ รุ่นนี้สมเหตุผลกว่าการซื้อ super shoe มาใส่เฉพาะสนาม อย่างไรก็ตาม โปรและไซซ์คงเหลือเปลี่ยนเร็ว ให้ตัดสินจากความพอดีและการใช้งานก่อนตัวเลขส่วนลด

6) ASICS METASPEED EDGE TOKYO — ตัวพรีเมียมสำหรับสายเพิ่มรอบขา

METASPEED EDGE TOKYO เป็นตัวเลือกพรีเมียมสำหรับนักวิ่งที่รู้สไตล์ตัวเองแล้ว ASICS อธิบาย EDGE ว่าเหมาะกับ pitch-style runner หรือคนที่เพิ่มความเร็วด้วยการเพิ่ม cadence ใช้แผ่นคาร์บอน โฟม FF LEAP และ FF TURBO PLUS พร้อม ASICSGRIP ราคาหน้าไทย 9,200 บาท

นี่ไม่ใช่คำตอบอัตโนมัติสำหรับ 5K แรก เพราะราคาสูงและประโยชน์ขึ้นกับกลไกการวิ่ง ความแข็งแรง และความพอดี ถ้าเย่มีเวลาซ้อม มีเพซเป้าหมายชัด และลองแล้วรู้สึกว่ารองเท้าส่งจังหวะโดยไม่บังคับน่องหรือข้อเท้า รุ่นนี้จึงค่อยสมเหตุผล แต่ถ้ายังอยู่ช่วงสร้างฐาน ให้เอางบไปกับคู่ซ้อมที่ใส่บ่อยและการลงงานก่อน

เลือกจากบทบาท ไม่ใช่เลือกรุ่นชนะทุกช่อง

จับคู่โจทย์กับรองเท้า

ให้คู่ที่พอดีและควบคุมได้เป็นผู้ชนะ หากรุ่นแนะนำบีบหรือส้นหลุดให้ขยับไปตัวเลือกถัดไป
โจทย์นักวิ่ง เริ่มลอง ตัวเลือกถัดไป เหตุผล
มีคู่ซ้อมแล้ว ต้องการ PB 5K Nike Streakfly 2 Takumi Sen 11 สองรุ่นระบุเป้าหมาย 5K ชัดและมีโครงสร้างเร่งความเร็ว
อยากได้คู่ซ้อมเร็วและแข่งคู่เดียว MAGIC SPEED 5 EVO SL บทบาทกว้างกว่า pure racer และใช้วันคุณภาพได้
5K แรกหรือยังสร้างฐาน EVO SL Deviate NITRO 3 ใส่ซ้อมได้บ่อย ไม่ต้องเก็บไว้เฉพาะวันแข่ง
หน้าเท้ากว้าง MAGIC SPEED 5 Wide 2E ลองหลายแบรนด์ที่หน้ากว้างจริง มีตัวเลือกความกว้างทางการ ไม่ต้องแก้ด้วยไซซ์ยาวเกิน
มีประสบการณ์และเพิ่มความเร็วด้วย cadence METASPEED EDGE TOKYO Streakfly 2 EDGE ออกแบบตาม pitch-style แต่ต้องลองกลไกจริง
แข่ง 5,000 เมตรในลู่ ตรวจ Approved Shoe List ถามผู้จัดการแข่งขัน กติกา track ไม่เหมือน 5K road race

ถ้ามีรองเท้า daily trainer อยู่แล้วและต้องการไล่ PB 5K ให้เริ่มลอง Streakfly 2 กับ Takumi Sen 11 แล้วเลือกจากคู่ที่ล็อกส้นดี เข้าโค้งมั่นใจ และวิ่งเพซแข่งโดยไม่ต้องเกร็งเท้า ถ้าอยากได้คู่ซ้อมเร็วและคู่แข่งในคู่เดียว MAGIC SPEED 5 เป็นตัวเลือกกลางที่ชัด ส่วน EVO SL เหมาะกับคนที่อยากได้คู่เบาใช้ง่ายและไม่ต้องการระบบแผ่นเต็มรูปแบบ

ถ้างบจำกัด อย่าเริ่มจากการตัดรุ่นตามป้ายราคาอย่างเดียว สีที่ลดอาจไม่มีไซซ์ที่พอดี และรองเท้าลดแรงแต่บีบเท้าย่อมไม่คุ้ม ให้ตั้งเพดานงบรวมถุงเท้าที่จะใช้แข่ง ค่าส่ง และความเป็นไปได้ในการเปลี่ยนไซซ์ จากนั้นเลือกรุ่นที่ใส่ซ้อมได้จริงอย่าง PUMA Deviate NITRO 3 หรือ EVO SL ก่อน เมื่อเพซและรูปแบบการแข่งขันนิ่งแล้วค่อยเติมคู่เฉพาะสนาม

ลองรองเท้าแบบนักวิ่ง 5K ใน 10 นาที

เช็ก 5 จุดก่อนซื้อ

ลองด้วยถุงเท้าแข่งและทั้งสองข้าง หากมีอาการเจ็บแปลบหรือชาให้หยุด ไม่ฝืนเพราะป้ายลดราคา
ทดสอบ สัญญาณว่าผ่าน สัญญาณให้เปลี่ยนไซซ์หรือรุ่น
ยืนเต็มน้ำหนัก นิ้วขยับได้และ upper ไม่กดกระดูก นิ้วโป้งหรือนิ้วก้อยถูกบีบ
เดินและวิ่งเบา ส้นล็อกโดยไม่ต้องรัดเชือกแน่น ส้นยกหรือหลังเท้าชา
เร่ง 20–30 วินาที เท้าไม่ไหลชนปลายและจังหวะเป็นธรรมชาติ ต้องเกร็งนิ้วเพื่อยึดรองเท้า
เลี้ยวซ้ายขวา ฐานนิ่งและเท้าไม่ล้นขอบพื้น ข้อเท้าพับหรือหน้าเท้าไหลด้านข้าง
ถอดเช็กหลังลอง ไม่มีรอยแดงกดเฉพาะจุด มีจุดร้อน ชา หรือเจ็บแปลบ

เริ่มด้วยถุงเท้าคู่ที่จะใช้แข่งและลองทั้งสองข้าง เพราะเท้าสองข้างอาจยาวไม่เท่ากัน ยืนเต็มน้ำหนักแล้วเช็กว่านิ้วขยับได้ ไม่มีขอบ upper กดกระดูกนิ้วโป้งหรือนิ้วก้อย และส้นไม่ยกเมื่อเดิน จากนั้นวิ่งเบา 3–5 นาที เร่ง 20–30 วินาทีสองรอบ และลองเลี้ยวซ้ายขวา หากร้านอนุญาต จุดที่ต้องฟังคือส้นหลุด หน้าเท้าไหลชนปลาย และเท้าพับข้างตอนเข้าโค้ง

สำหรับ Streakfly 2 ให้ลองครึ่งไซซ์เพิ่มตามคำแนะนำของหน้าสินค้า แต่เปรียบเทียบกับไซซ์เดิมจริง ๆ อย่าเพิ่มเพราะอ่านรีวิวอย่างเดียว สำหรับ Takumi Sen 11 ให้ตรวจช่วงกลางเท้า ส่วน MAGIC SPEED 5 ให้ลองเทียบ D กับ 2E ถ้าหน้าเท้าถูกบีบ อย่าซื้อไซซ์ยาวเกินเพื่อแก้ความกว้าง เพราะส้นอาจหลวม ควรเปลี่ยนหน้ากว้างหรือเปลี่ยนรุ่นแทน

รองเท้าวันแข่งควรผ่านการซ้อมเร็วก่อนลงงาน ไม่จำเป็นต้องสะสมระยะมาก แต่ควรได้ลองพื้นจริง เพซจริง และโค้งจริงอย่างน้อยหนึ่งครั้ง เพื่อดูว่ามีจุดเสียดสีหรืออาการตึงผิดปกติหรือไม่ หากมีอาการเจ็บแปลบ ชา หรือรูปแบบการวิ่งเปลี่ยนจนควบคุมไม่ได้ ให้หยุดและกลับไปใช้คู่ที่คุ้นเคย การแข่ง 5K ไม่ใช่วันทดลองความเสี่ยงใหม่

คู่เดียวหรือสองคู่ แบบไหนคุ้มกว่า

คู่เดียวคุ้มเมื่อเย่วิ่งสัปดาห์ละไม่กี่ครั้ง เพิ่งเริ่ม 5K หรือมีงบจำกัด ให้มอง MAGIC SPEED 5, EVO SL หรือ Deviate NITRO 3 ตามความชอบเรื่องแผ่น น้ำหนัก และดรอป คู่เหล่านี้ครอบคลุมการซ้อมเร็วและวันแข่งได้มากกว่า แม้ไม่ใช่ตัวที่เบาที่สุด

สองคู่คุ้มเมื่อมีฐานการซ้อมสม่ำเสมอแล้ว โดยใช้ daily trainer ที่สบายสำหรับ easy run และเก็บ Streakfly 2, Takumi Sen 11 หรือ METASPEED EDGE TOKYO สำหรับ interval, ซ้อมเพซแข่ง และวันแข่ง วิธีนี้ทำให้ไม่ต้องบังคับรองเท้าเฉพาะทางมารับทุกบทบาท และช่วยให้รู้ชัดว่าความรู้สึกที่ต่างมาจากรองเท้าหรือจากความล้าของวันนั้น

สรุปคำแนะนำของแอดกีเย่

ถ้าต้องเลือกหนึ่งรุ่นตามคำถาม “รองเท้าวิ่ง 5K รุ่นไหนดี” โดยไม่รู้ข้อมูลอื่น แอดกีเย่ให้ Nike Streakfly 2 เป็นตัวแข่งถนนที่ตรงระยะที่สุด แต่คำแนะนำสำหรับคนส่วนใหญ่ที่ยังต้องซ้อมด้วยคือ ASICS MAGIC SPEED 5 เพราะใช้ได้กว้างกว่าและมีหน้ากว้าง 2E ให้เลือก ส่วนคนชอบรองเท้ากระชับและจังหวะคมควรลอง adidas Takumi Sen 11 เทียบกันจริง ๆ

ถ้าเป็น 5K แรก ให้เลือก EVO SL หรือ Deviate NITRO 3 ที่ใส่ซ้อมได้บ่อยก่อน ถ้ามีรองเท้าซ้อมอยู่แล้วและกำลังไล่ PB ค่อยขยับไป Streakfly 2, Takumi Sen 11 หรือ METASPEED EDGE TOKYO สุดท้ายให้ตัดสินจากสามข้อ วิ่งเพซเป้าหมายได้โดยไม่เกร็ง, เข้าโค้งแล้วยังมั่นใจ และหลังถอดไม่มีจุดกดผิดปกติ รองเท้าที่ผ่านสามข้อนี้ต่างหากคือคู่ที่ดีที่สุดสำหรับ 5K ของเย่ครับ

References

  1. Nike Thailand — Streakfly 2 Road Racing Shoes
  2. adidas Thailand — Adizero Takumi Sen 11
  3. ASICS Thailand — MAGIC SPEED 5
  4. adidas Thailand — Adizero EVO SL
  5. PUMA Thailand — Deviate NITRO 3 Running Shoes
  6. ASICS Thailand — METASPEED EDGE TOKYO
  7. World Athletics — Athletic Shoe Regulations effective 20 April 2026

Zportio
Privacy Overview

This website uses cookies so that we can provide you with the best user experience possible. Cookie information is stored in your browser and performs functions such as recognising you when you return to our website and helping our team to understand which sections of the website you find most interesting and useful.